หลังจากที่ อัยการสั่งไม่ฟ้อง 2 สามีภรรยา ชาวจีน-ไทย กรณีตกเป็นผู้ต้องหาจ้างวานให้ลอบวางเพลิงและทำร้าย นายอนุชิต ไชยทองงาม รปภ.จนพิการ โดย นางยุพิน ไชยทองงาม มารดาของนายอนุชิต แสดงความเสียใจต่อเรื่องดังกล่าว โดยกล่าวว่า ลูกชายตนเองไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะลูกชายตนเป็นเด็กดีขยันเป็นเสาหลักของครอบครัวตอนกลางวันเป็นช่างเคาะพ่นสี ตกกลางคืนเป็นยามส่งเงินเลี้ยงดูพ่อแม่ ถูกตีที่หัวจนกระโหลกแตกสลบไป 3 เดือนหมอผ่าเอาเลือดและก้อนสมองที่เสียหายออกไปจนพิการตลอดชีวิต ตั้งแต่เดือนเมษายน ปี 2555 จนกระทั่งเดือนพฤศจิกายน ปี 2559

ทางด้านนางยุพิน ไชยทองงาม มารดาของนายอนุชิต ไชยทองงาม รปภ.เคราะห์ร้าย กล่าวว่า เมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2559 ตำรวจมาเรียกไปขึ้นศาล พอไปถึงศาลถามอัยการว่า คนไหนผู้ต้องหา แต่อัยการบอกว่า ถูกขังอยู่ที่ใต้ถุนศาล แล้วอัยการเอารูปถ่ายมาให้ลูกชายตนก็ยืนยันว่าใช่ จากนั้นอัยการบอกเสร็จแล้วกลับบ้านได้ พร้อมกับควักเงินให้ 5,000 บาท บอกสงสารเป็นค่ารถกลับบ้านได้เสร็จแล้ว เมื่อถามว่าต้องมาอีกมั้ย เขาตอบว่าไม่ต้องมาแล้วเสร็จแล้ว ก็ไม่รู้ว่านั่นคือการยกฟ้อง ต่อมาเมื่อ 3 เดือนที่แล้วไปร้องเรียนกองปราบปราม ตำรวจกองปราบบอกให้ไปที่ สภ.ฉลอง จะรื้อฟื้นคดีให้ แต่พอรู้ข่าวว่าวันจันทร์ที่ผ่านมา อัยการสั่งไม่ฟ้อง มันพูดอะไรไม่ออก แต่ยังเชื่อว่าความยุติธรรมในประเทศไทยมีจริง ถ้าที่ภูเก็ตหาความยุติธรรมไม่ได้แล้ว จะพาลูกชายไปร้องกับท่านนายกรัฐมนตรี เชื่อว่าต้องช่วยได้แน่ๆ
สำหรับคดีนี้ เป็นคดีความมากว่า 5 ปี โดยตำรวจสถานีตำรวจภูธรฉลอง จ.ภูเก็ต ทำการรื้อคดีขึ้นมาใหม่ ใช้เวลารวบรวมหลักฐานใหม่นานกว่า 3 เดือน ทำหลักฐานกว่า 500 หน้า เพื่อช่วยทวงถามความยุติธรรมให้กับ นายอนุชิต โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจยื่นคดีใหม่ในวันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน 2560 และอัยการสั่งไม่ฟ้องทันทีในวันจันทร์ที่ 27 พฤศจิกายน 2560