4 ธันวาคม 2560 พันตำรวจเอก ดร.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า จากกรณีผู้ต้องขัง 2 ราย ได้แก่ ข.ช.ธวัชชัย มะลิแย้ม ผู้ต้องโทษในคดียาเสพติด และ ข.ช.เอกชัย เครือแก้ว ผู้ต้องโทษคดีลักทรัพย์ ได้ทำการหลบหนีโดยการกระโดดกำแพงทางทิศเหนือจากเรือนจำกลางเพชรบุรี และต่อมาเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมได้แล้วจำนวน 1 ราย ได้แก่ ข.ช.เอกชัย เครือแก้ว ผู้ต้องโทษคดีลักทรัพย์

เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2560 และเมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สถานีตำรวจภูธรบ้านแหลม ร่วมกับเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนภูธรจังจังหวัดเพชรบุรี นำโดย พ.ต.ต.ธรรมวุฒิ วิเชียรมณีโชติ หัวหน้าชุด กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ภูธรจังหวัดเพชรบุรี, พ.ต.ท.พีระ อัศววิบูลย์ผล รอง ผกก.สภ.จว.เพชรบุรี และชุดเจ้าหน้าที่เรือนจำกลางเพชรบุรี ร่วมกันดำเนินการจับกุมผู้ต้องโทษอีกหนึ่งรายได้เรียบร้อยแล้ว คือ ข.ช.ธวัชชัย มะลิแย้ม ผู้ต้องโทษคดียาเสพติด ซึ่งผู้ต้องขังทั้ง 2 ราย จะถูกดำเนินคดีทางอาญาในข้อหาหลบหนีระหว่างถูกคุมขัง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 190 โดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ


พันตำรวจเอก ดร.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยต่อไปว่าจะดำเนินการย้ายผู้ต้องขังทั้ง 2 ราย ไปคุมขังยังเรือนจำความมั่นคงสูงสุด เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและป้องปรามไม่ให้ผู้ต้องขังรายอื่นเอาเป็นเยี่ยงอย่าง จากที่ผ่านมาสถิติการหลบหนีของผู้ต้องขังในปีงบประมาณ 2561 ตั้งแต่เดือนตุลาคมถึงเดือนพฤศจิกายน 2560 มีผู้ต้องขังหลบหนีจากเรือนจำ 3 ราย และจับกุมตัวได้ทั้งหมด


กรมราชทัณฑ์ ขอเรียนและประชาสัมพันธ์ให้ญาติผู้ต้องขังทราบว่า การที่ผู้ต้องขังหลบหนีระหว่างคุมขังจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายและจะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ในการ เลื่อนชั้น ลดชั้น ลดวันต้องโทษและพักการลงโทษ อีกทั้งผู้ที่มีส่วนร่วมในการแหกหักหลบหนีหรือให้การสนับสนุนในการหลบหนีหรือให้ที่พักอาศัยจะต้อง ถูกดำเนินคดีตามกฎหมายด้วยเช่นกัน