ตร.ทท.ร่วมตร.191 รวบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ชาวไต้หวัน กดเงินและโอนเงิน คาห้องพักย่านลาดพร้าว

วันพุธที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2561

ตร.ทท.ร่วมตร.191 รวบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ชาวไต้หวัน กดเงินและโอนเงิน คาห้องพักย่านลาดพร้าว


17 ม.ค.61 เวลา 17.00 น. พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท พร้อมด้วยพ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบก.สปพ., พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รอง ผบก.ทท.1, พ.ต.อ.พนัญชัย ชื่นใจธรรมรอง ผบก.ทท.2, พ.ต.ท.อาริศ คูประสิทธิ์รัตน์ รองผกก.สายตรวจ และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้อง ร่วมเข้าจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ภายในห้องพักในโรงแรมแห่งหนึ่งย่าน ลาดพร้าว กทม. โดยสั่งการให้สืบสวนสอบสวนเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์จับกุม คนกดเงินและคนโอนเงินในเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์ได้ 3 คน คือ Mr. CHEN,HAO- CHIEH สัญชาติ ไต้หวัน อายุ 25 ปี, Mr.HUANG, WEN-TSUNG สัญชาติ ไต้หวัน อายุ 24 ปี และ Mr.SHIN,CHEN- HUNG สัญชาติไต้หวัน อายุ 20 ปี พร้อมของกลาง สมุดบัญชีธนาคาร จำนวน 5 เล่ม บัตรเอทีเอ็มจำนวน 4 ใบ เงินสด 90,600 บาท โทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง ใบเสร็จกดเงินตามตู้กดเงินสดต่างๆ และเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า ที่ปรากกฎตามกล้องวงจรปิด ที่ใช้กดเงินตามสถานที่ต่างๆ

     จากการสอบสวนทราบว่า ผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย อยู่ในแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ชาวไต้หวัน เดินเข้ามาในประเทศไทย เมื่อวันที่ 28 ธ.ค.60 และกลับมาอีกครั้งในวันที่ 14 ม.ค.61 ที่ผ่านมาและมาเช่าห้องพักดังกล่าว 3 วัน คอยตระเวนกดเงิน และโอนเงินไปยังหัวหน้าแก๊ง ซึ่งเข้ามากบดานซ่อนตัวอยู่ในห้องพัก จึงจัดกำลังเฝ้าสังเกตการณ์ กระทั่งพบเห็นผู้ต้องหาทั้ง 3 รายเข้ามาพักอาศัยในโรงแรมดังกล่าว จึงแสดงตัวเพื่อขอจับกุมและค้นห้องพัก โดยผู้ต้องหาให้การสารภาพว่า ทำหน้าที่เป็นเพียงคนคอยกดเงินและโอนเงินเท่านั้น

     พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ในส่วนของความเชื่อมโยงเราพบผู้เสียหายแล้ววันนี้จึงอายัดของกลางทั้งหมดไว้ มูลค่ากว่า 4 แสนกว่าบาท คนร้ายใช้บัญชีของคนไทยโอนผ่านไปถึง 4 แสนกว่าบาท อย่างไรก็ตามจะต้องดำเนินการขยายผลการจับกุมคนไต้หวันเพิ่ม เนื่องจากมีความเชื่อมโยงถึงกันหมด บ่งบอกได้ว่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ไม่ได้มีมากมาย ซึ่งมีพฤติการณ์ลักษณะเดียวกัน ใช้บัญชีคนไทยโอนเหมือนกัน โดยทางเราได้ประสานงานกับทางต่างแดน ทั้งไต้หวัน, มาเลเซีย และตำรวจสากล หาเบาะแสเพื่อขยายผลการจับกุมไปยังกุมอื่นๆเพิ่มเติม

     พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวต่อว่า ส่วนเลข OTP หรือ เลขส่วนบุคคล ได้หารืออย่างต่อเนื่อง จากสถานการณ์คนร้ายที่เปิดบัญชีรับโอน การขายบัญชีคนไทย ไปขอเลข OTP ต่างๆ กับทางหน่วยงานเครือข่ายโทรศัพท์ ซึ่งขณะนี้มีความเข้มงวดมากขึ้น หากมียุคคลอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐโทรเข้ามาขอข้อมูลส่วนบุคคล เลขบัตรประจำตัวประชาชน หรือเลข OTP ห้ามให้เด็ดขาด เพราะไม่มีสถาบันการเงินไหนจะโทรมาขออย่างแน่นอน ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ ป.ป.ง. และหน่วยงานเครือข่ายโทรศัพท์เพิ่มความเข้มขึ้นอย่างมากเพื่อมาตราฐานความปลอดภัยให้มั่นใจมากขึ้น

“ในส่วนของคนไทยที่ยังทำพฤติกรรมดังกล่าวอยู่ขอให้หยุดให้เลิก ถ้าไม่เลิกจะตามถึงบ้าน เพราะว่าเป็นความเดือดร้อนของคนไทยทั้งประเทศ ถ้าคนไทยไม่ร่วมมือ ขบวนการคอลเซ็นเตอร์จากต่างแดนนั้นเราทำอะไรไม่ได้ เรามีข้อมูลทุกอย่างแล้ว และไม่ได้จับกุมแค่ในประเทศไทย โดยมีการประสานกับเจ้าหน้าที่ ตม.และเจ้าหน้าที่ตำรวจอินเตอร์โพลหรือตำรวจสากลไว้หมดแล้ว ซึ่งประสานข้อมูลกันอยู่ตลอด โดยรูปแบบของอาชญากรรมยังเหมือนเดิม ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ก็ทราบวิธีการทำงานของแก๊งมากขึ้นแล้ว และประสานให้ติดตามจับกุมได้ ทำให้เรื่องการกระทำผิดอาชญากรรมต่างแดน มีช่องว่างน้อยลง และคาดว่าจะหมดไปเร็วๆนี้ โดยประชาชนไม่ต้องกังวลใจ สามารถการประกอบธุรกรรมต่างๆ ได้ตามปกติ แต่ขอให้มีสติในการทำรายการทุกครั้ง” พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าว

     จากการสอบปากคำผู้ต้องหาทั้ง 3 ให้การรับสารภาพว่าทำหน้าที่เป็นเพียงคนคอยกดเงินและโอนเงินเท่านั้น เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ถูกแจ้งข้อหากล่าวหาว่า มีและใช้บัตรอิเล็กทรอนิค โดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนไป สน.ลาดพร้าว และขยายผลหาผู้ร่วมขบวนการออกหมายจับดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



บริษัท สมาร์ท โกลด์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด SMART GOLD MEDIA GROUP CO.,LTD. ติดต่อสอบถาม โทร : 0893284192 , ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ