สสส.จับมือ เครือข่ายเด็กเยาวชน จัดกิจกรรมวันเยาวชนแห่งชาติ ชูแนวคิด “กับดัก...เยาวชน” เผชิญ 4 ด้าน เหล้า-พนัน-อุบัติเหตุ-คุกคามทางเพศ พร้อมปลุกสังคม-หน่วยงานเกี่ยวข้องเร่งล้อมคอก ดูแลเด็กเยาวชน-ลดปัจจัยเสี่ยง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 16 ก.ย.ที่ผ่านมา สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) ร่วมกับ ภาคีเครือข่ายเยาวชน อาทิ เครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ เครือข่ายเด็กรุ่นใหม่ไม่พนัน เครือข่ายพัฒนาคุณภาพชีวิต เครือข่ายปกป้องเด็กและเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยงทางสังคม เครือข่ายสื่อสร้างสรรค์เพื่อการขับเคลื่อนสังคม (Media Move) และศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนบ้านกาญจนาภิเษก จัดกิจกรรมเนื่องในวันเยาวชนแห่งชาติ ปี2563 ภายใต้แนวคิด “กับดัก...เยาวชน” เพื่อปลุกกระแสสังคมมองปัญหาของเด็กเยาวชนที่ต้องเผชิญปัจจัยเสี่ยง4ด้าน เหล้า-พนัน-อุบัติเหตุ-การคุกคามทางเพศ พร้อมกระตุ้นเตือนหน่วยงานที่เกี่ยวเร่งแก้ไข
ทั้งนี้ภายในงานมีเสวนาหัวข้อ “ปัจจัยเสี่ยง...หายนะใกล้ตัวเด็ก เยาวชน” การแสดงแร็ปสด เพลง “กับดัก” โดย XANEX และละครสะท้อนภาพเหยื่อเยาวชน โดยเครือข่ายละครเฉพาะกิจเธียร์เตอร์ และนิทรรศการ“กับดัก...เยาวชน” โดยมีเยาวชนเข้าร่วมกว่า 60 คนตามแบบ new nomal
นางสาวรุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ รักษาการผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงหลัก สสส. กล่าวว่า ทุกวันที่ 20 กันยายนของทุกปี ถูกกำหนดให้เป็นวันเยาวชนแห่งชาติ และในปีนี้สสส.และเครือข่ายเยาวชนได้จัดกิจกรรมรณรงค์ ภายใต้แนวคิด“กับดัก เยาวชน” เพื่อสื่อถึงสิ่งที่เยาวชนต้องเผชิญกับปัจจัยเสี่ยง 4ด้าน ได้แก่ การถูกล่วงละเมิดทางเพศ การหลงอยู่ในวังวนเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การพนัน และสุ่มเสี่ยงกับอุบัติเหตุ
ทั้งนี้ จากการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติในปี พ.ศ. 2560 เรื่องพฤติกรรมการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของเยาวชนไทย อายุระหว่าง 15-19 ปี พบว่า มีแนวโน้มการดื่มเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 11.00 ในปี พ.ศ. 2544 เป็นร้อยละ 13.6 ใน พ.ศ. 2560 อายุเฉลี่ยของผู้ดื่มครั้งแรกเมื่ออายุ 20.3 ปี ทั้งนี้วัยรุ่นชายเริ่มดื่มครั้งแรกเร็วกว่าวัยรุ่นหญิง เมื่อมีอายุ 19.3 ปี และ 23.7 ปี ตามลำดับ
ขณะที่การสำรวจการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจรทางบกของกลุ่มเยาวชน พบว่า ในแต่ละวันมีอัตราการเสียชีวิตเฉลี่ย 13 คนต่อวัน โดยเป็นผู้บาดเจ็บราว 800 คน และเป็นผู้บาดเจ็บสาหัสประมาณ 150 คน ทั้งนี้มีผู้ที่ต้องกลายเป็นผู้พิการจำนวน 7 คน ยานพาหนะส่วนใหญ่ 4 ใน 5 คือจักรยานยนต์ สำหรับปัญหาการพนันพบว่าเยาวชนไทยเล่นพนันกว่า 3.6 ล้านคน และร้อยละ 28 อยากเล่นพนันออนไลน์ ซึ่งตอนนี้กลายเป็นประเด็นที่น่าห่วงที่สุด
สุดท้ายคือปัญหาการคุกคามทางเพศ จากการรวบรวมสถิติข่าวความรุนแรงทางเพศปี 2560 ในหนังสือพิมพ์ 13 ฉบับ โดยมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล พบว่าเกิดเหตุความรุนแรงทางเพศทั้งหมด 317 ข่าว ซึ่งช่วงอายุของผู้ถูกกระทำเกินครึ่งเป็น กลุ่มเด็กและเยาวชน อายุ 5-20 ปีถึงร้อยละ 60.6 ที่น่ากังวลใจคืออายุของผู้ถูกกระทำน้อยที่สุด เป็นเด็กหญิง 5 ขวบถูกข่มขืน ด้านกลุ่มอาชีพผู้ถูกกระทำมากที่สุดคือนักเรียน นักศึกษา
“จากปัญหาดังกล่าว สะท้อนสถานการณ์กับดักเยาวชนได้ชัดเจน และเวทีวันนี้ได้มีเยาวชนมาร่วมบอกเล่าประสบการณ์ชีวิตจริง ยิ่งช่วยยืนยันว่า ถึงเวลาแล้วที่ทุกฝ่ายจะต้องจริงจังกับปัญหาปัจจัยเสี่ยงที่เข้ามาคุกคาม ล่อลวง เยาวชน ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ ตลอดจนการช่วยเหลือเยียวยาฟื้นฟูผู้ที่ก้าวพลาดผิด ให้เห็นคุณค่าในตัวเอง ไม่กลับไปสู่วังวนที่ดำมืดในจุดเดิม เราต้องทุ่มเทกับปัญหาปัจจัยเสี่ยงในเด็กและเยาวชนให้มากกว่านี้” นางสาวรุ่งอรุณ กล่าว
นายเอ (นามสมมติ) อายุ18 ปี อดีตเหยื่อพนันบาคาร่า กล่าวว่า ตนโตมาในยุคที่มีเว็บพนันออนไลน์เยอะแยะเต็มไปหมด เพื่อนๆ รุ่นพี่ ต่างก็เล่นพนันออนไลน์ จำได้ว่าตนเข้าสู่วงจรพนันตั้งแต่16 ปี พนันที่เล่น คือ บาคาร่า เริ่มเล่นจากหลักร้อย เลยเถิดไปเป็นหลักพัน เงินที่ได้จากทำงานพาร์ทไทม์นำมาเล่นพนันจนหมด เล่นจนเป็นหนี้
นายบี (นามสมมติ) กล่าวว่า เริ่มดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตั้งแต่อายุ 6 ขวบ เริ่มดื่มหนักขึ้น ช่วงวัยรุ่นคึกคะนองไม่สนใจการเรียน ติดเพื่อน ตั้งวงปาร์ตี้สังสรรค์ทุกวัน กระทั่งมีเหตุการณ์เกือบเอาชีวิตไม่รอด คือเมาแล้วขับ จนเกิดอุบัตเหตุ ใช้เวลารักษาตัวร่วม 2 ปี กว่าจะพูดคุยได้ปกติ อยากฝากเตือนสติวัยรุ่นว่า เพราะเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มันเปลี่ยนชีวิตเราได้ อย่าดื่มแล้วขับ ต้องมีสติ ใช้ชีวิตอย่าประมาท
นายซี (นามสมมติ) กล่าวว่า อยู่ในแวดวงสายแว้นมาตั้งแต่อายุ14ปี ชอบออกไปขับรถเป็นกลุ่มใหญ่ในเวลากลางคืน สร้างความเดือดร้อนรำคาญให้ชุมชนเพราะเสียงดัง ยิ่งขับหนีด่านตรวจ หนีตำรวจยิ่งรู้สึกสนุก ท้าทาย แม้จะไม่ได้เกิดเหตุอะไรร้ายแรง แต่ก็รู้สึกผิดที่ไปสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นทำให้พ่อแม่ไม่สบายใจ อยากเสนอว่า หากจะปราบเด็กแว้นให้หมดถนน คงทำได้ยาก สาเหตุที่เด็กต้องออกมาเพราะเขาไม่มีพื้นที่ ควรจัดพื้นที่ที่เด็กๆเข้าถึงได้สนุกได้ ตื่นเต้นได้ สร้างสรรค์ได้ แสดงออกตามที่ชอบได้มากกว่าการปราบ
ด้านนางสาวข้างกาย เอรียาสกุล เจ้าของเพจ “KhangGuy-ผู้หญิงที่ชื่อข้างกาย" อดีตเหยื่อถูกล่วงละเมิดทางเพศเมื่อวัยเด็ก กล่าวว่า ตนเคยเป็นเหยื่อจากการคุกคามทางเพศตั้งแต่อายุได้เพียง 4 ขวบ ตลอดชีวิตที่ผ่านมา คนที่พยายามล่วงละเมิดทางเพศ ในนั้นมีอยู่คนเดียวที่เป็นคนแปลกหน้า นอกนั้นเป็นคนที่รู้จัก เป็นคนที่สนิท ตัวเราเด็กเกินกว่าจะรู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไร แล้วก็สื่อสารไม่ได้ นี่คือปัญหาของเด็กที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศ
“ที่ตัดสินใจนำอดีตที่เก็บไว้มาตลอด15 ปี ออกมาเปิดเผย เพราะอยากเป็นกระบอกเสียง เพื่อเป็นอุทาหรณ์แก่สังคมให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น เกิดการผลักดันกฎหมายแก้ปัญหา นอกจากนี้สิ่งที่อยากให้สังคมปรับเปลี่ยน คือมีพื้นที่ให้เหยื่อออกมาพูดแบบที่ไม่โดนประณาม ขอความเห็นใจจริงๆ ไม่ใช่เราไปให้ท่า แต่งตัวโป๊หรือไม่โป๊มันไม่เกี่ยว มันอยู่ความคิดคนที่ถูกปลูกฝังมาจากครอบครัว สถานศึกษา และสังคม การสอนให้ผู้หญิงรักนวลสงวนตัวก็เข้าใจได้ แต่ผู้ชายก็ไม่ควรข่มเหงผู้หญิงเหมือนกัน” นางสาวข้างกาย กล่าว