จากสามพรานโมเดล สู่ สมาคมผู้บริโภคอินทรีย์ไทย

วันพุธที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2563

จากสามพรานโมเดล สู่ สมาคมผู้บริโภคอินทรีย์ไทย


จากเครือข่ายสามพรานโมเดล ที่ สสส.และมูลนิธิสังคมสุขใจ จับมือกัน เพื่อขับเคลื่อนอาหารอินทรีย์ สร้าง “พื้นที่สุขภาวะ” ปรับพฤติกรรมรับชีวิตวิถีใหม่ สร้างสมดุลชีวิต เพิ่มภูมิคุ้มกัน ที่เกิดความยั่งยืนที่เข้มแข็งจนพัฒนากลายเป็นสมาคมผู้บริโภคอินทรีย์ไทย เปิดโอกาสให้ผู้ผลิตและผู้บริโภคเกษตรอินทรีย์มาเจอกัน

 ที่ปฐม ออร์แกนิก วิลเลจ สวนสามพราน อ.สามพราน จ.นครปฐม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับมูลนิธิสังคมสุขใจ สามพรานโมเดล สวนสามพราน จ.นครปฐม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และภาคีเครือข่ายภาครัฐและเอกชน จัดงานสังคมสุขใจครั้งที่ 7 เราปรับ...โลกเปลี่ยน ชีวิตวิถีใหม่ ขับเคลื่อนสังคมอินทรีย์ สู่ ชีวิตที่สมดุลและสุขภาพดี

ดร.นพ.ไพโรจน์  เสาน่วม ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ และรักษาการผู้อำนวยการสำนักสร้างเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ สสส. กล่าวว่า การจัดงานสังคมสุขใจปีนี้เป็นปีที่ 7 แล้ว ภายใต้หัวข้อ เราปรับ...โลกเปลี่ยน ชีวิตวิถีใหม่ ขับเคลื่อนสังคมอินทรีย์ สู่ชีวิตที่สมดุลและสุขภาพดี เป็นงานที่เราต้องการให้ผู้ผลิตและผู้บริโภคเกษตรอินทรีย์ได้มาเจอกัน โดยจัดเป็นงานสังคมสุขใจ นอกจากนี้ยังเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงการบริโภคพืช ผัก ผลไม้อินทรีย์ ซึ่งพอเราได้เข้าถึงทานผักผลไม้ที่ไม่มีสารพิษเจอปน จะเป็นผลดีต่อสุขภาพ และสิ่งที่จะได้มากกว่าคือ การรับประทานที่ดี สุขภาพที่ดี เป็นห่วงโซ่อาหาร ที่มีจุดเริ่มต้นตั้งแต่เกษตรกรเกษตรอินทรีย์ร่วมกลุ่มกัน เกิดการการเจอกับผู้บริโภค ซึ่งสามพรานโมเดลจะไม่ได้แค่มิติเรื่องอาหารอย่างเดียว แต่จะมีหลากหลายมิติ เช่น  เมื่อมีคนเข้ามาเกิดการซื้อขายแลกเปลี่ยน ระบบเศรษฐกิจดีขึ้น ระบบเกษตรอินทรีย์ดีขึ้น ดังนั้นระบบต้นทางการจัดการรระบบเกษตรอินทรีย์ คงไม่ได้มองแค่ปลายทางว่ากินดีอยู่ดีเท่านั้น

ดร.นพ.ไพโรจน์  กล่าวว่า ตนอยากให้เห็นการขยายวงการขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์ในวงที่กว้างขึ้น โดยมีเป้าหมายคือเราทุกคนจะมีสุขภาพดี และสร้างความยั่งยืนให้กับระบบเกษตรอินทรีย์ ซึ่งสอดคล้องกับการทำงานของ สสส.ปี 2564  คือ  เรายังเน้นเรื่องการพัฒนาระบบเกษตร ซึ่งจะซัพพอร์ทเรื่องการซื้อขาย ดูตลาด และให้ประชาชนเข้าถึงได้ง่าย  ทั้งนี้ บางคนคิดว่า สสส.จะพูดถึงเรื่องการกินเท่านั้น แต่จริงๆแล้วก่อนที่อาหารจะเข้าปาก เรามีเรื่องที่จะต้องทำตั้งแต่ต้นทาง เราจึงอยากจะบอกว่า เราจะดูแลตั้งแต่ระบบห่วงโซ่อาหาร เราทุกคนจะมีพลังในการพัฒนาในเรื่องต่างๆ ที่จะช่วยขับเคลื่อน ผลักดันเพื่อให้ได้ทานอาหารที่ดี ไม่มีสารพิษ และที่สำคัญทานอาหารที่เพียงพอและดีต่อสุขภาพ และให้คนไทยตระหนักถึงปัญหาสถานการณ์โควิด-19 และโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง NCDs สิ่งสำคัญทุกคนต้องมีองค์ความรู้เรื่องอาหารเพื่อการบริโภคที่ปลอดภัย สสส. ยินดีอย่างยิ่งที่จะส่งเสริมพื้นที่สังคมอินทรีย์ สร้างผู้บริโภคที่เข้มแข็ง ขยายการผลิตอาหารสู่ไลฟ์สไตล์วิถีอินทรีย์  จุดประกายให้ทุกคนบนแผ่นดินไทยเข้ามามีส่วนร่วมเข้าใจ และนำโมเดลสามพรานโมเดลไปใช้ 

 ส่วนเรื่องของการจัดตั้งสมาคมผู้บริโภคอินทรีย์ไทย เป็นเรื่องที่ดี เพราะเราเห็นถึงความเข้มแข็งของกลุ่มเกษตรกรอินทรีย์ที่สามารถรวมกันจัดตั้งเป็นสมาคมได้ ซึ่งจะทำให้เกิดความเข้มแข็งของผู้ผลิตและผู้บริโภค ทำให้ระบบเกษตรอินทรีย์เกิดความยั่งยืนได้ 

 ด้าน นายอรุษ นวราช เลขานุการมูลนิธิสังคมสุขใจ ผู้ก่อตั้ง สมาคมผู้บริโภคอินทรีย์ไทย(TOCA: Thai
organic Consumer Association) กล่าวว่า ในงานสังคมสุขใจวันนี้จะมีการเปิดตัวสมาคมผู้บริโภคอินทรีย์ไทย ที่เป็นการรวมตัวของผู้ประกอบการและผู้บริโภคที่ต้องการมาเชื่อมโยงกับเกษตรกรอินทรีย์ เพราะในความเป็นจริงความต้องการของผู้ประกอบการและผู้บริโภคมีอยู่อย่างต่อเนื่อง แต่บางครั้งเขาไม่รู้ว่าเกษตรกรอินทรีย์ตัวจริงอยู่ที่ไหนกันบ้าง บางทีผู้ประกอบการต้องการวัตถุดิบไปแปรรูปแต่เขาไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไร สมาคมฯจึงเหมือนเป็นที่พึ่ง ให้กับผู้ประกอบการ ส่วนผู้บริโภคมีความต้องการที่หลากหลาย บางคนอยากจะเรียนรู้เรื่องการปลูกผักอินทรีย์เพิ่มเติม หรืออยากไปเที่ยว สามารถไปเที่ยวและเรียนรู้ได้จากเกษตรกรตัวจริง ซึ่งทางสมาคมฯจะคอยแจ้งโปรแกรมท่องเที่ยว หรือแนะนำฟาร์มอินทรีย์ไหนที่อยากพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว ผ่านแพลตฟอร์มของสมาคมฯ

ทั้งนี้ สมาคมฯจะรวบรวมเรื่องต่างๆให้กับผู้ประกอบการและผู้บริโภคให้ได้มีส่วนเชื่อมโยงกับเกษตรกร หรือจะเรียกว่ามารวมกันขับเคลื่อนและเรียนรู้ หรือมาทำการค้าในบนฐานที่เป็นธรรม หรือจะพูดง่ายๆว่าเมื่อมีสมาคมฯแล้วจะเป็นการรวบตลาดให้เกษตรกร เพราะฉะนั้นเกษตรกรที่ทำเกษตรอินทรีย์แล้วจะมีคำถามว่าจจะไปขายให้ใครที่ไหน  สมาคมฯจะเป็นตัวช่วยในการเชื่อมโยงให้ เช่น การจัดงานในวันนี้จะมีการจับคู่กับภาคธุรกิจ ซึ่งจะมีกิจกรรมต่อเนื่อง ดงนั้นภาระกิจของสมาคมฯ คือทำให้ผู้ประกอบการจะได้รับรู้ว่ามีพื้นที่เกษตรอินทรีย์ที่ใดบ้าง เห็นรายการสินค้าเกษตรอินทรีย์ที่จะมีการอัพเดตข้อทุกเดือน และสามารถเข้ามาโปรโมทกิจการของตนเองในเพจได้ และยังสามารถโชว์ให้ลูกค้าเห็นว่าเราใช้สินค้าเกษตรอินทรีย์ใดบ้าง เป็นต้น ซึ่งผู้ประกอบการที่เข้ามาเป็นสมาชิกสามารถให้ช่องทางของสมาคมประชาสัมพันธ์กิจการและหาแหล่งวัตถุดิบได้อีกด้วย และคาดการณ์ว่า ทุกๆ –3เดือนเราจะมีการรวมกลุ่มที่เข้ามาเป็นสมาชิกเข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน ในภาพรวมปีนี้สมาคมฯ.จะทำงานร่วมกับเกษตรกร ผู้บริโภคและผู้ประกอบการไปด้วยกัน

นายอรุษ  กล่าวว่า ในตอนนี้เรามีสมาชิกของสมาคมประมาณพันกว่าราย ส่วนฝั่งผู้ประกอบการเรากำลังเริ่มรับสมาชิกอยู่ ซึ่งทั้งนี้ทางสมาคมฯจะไม่เก็บค่าสมาชิกกับผู้บริโภค แต่จะมีการเก็บค่าสมาชิกจากผู้ประกอบการ เริ่มต้นที่ 500 บาทต่อเดือน เป็นต้นไป รายได้จากค่าสมาชิกจะถูกนำไปบริหารสมาคมฯ

 “ เครื่องมือหลักในการทำงานของสมาคมคือ ตัวดิจิทัลแพลตฟอร์ม ที่เราได้ทุนจากสำนักงานนวัตกรรมฯตัวแพลตฟอร์มนี้จะเป็นเครื่องมือให้เกษตรกรนำข้อมูลของเขาอัพโหลดใส่แฟลตฟอร์มก่อน เพราะฉะนั้นการทำงานของสมาคมจะทำงานกับเครือข่ายเกษตรกร ซึ่งข้อมูลของเกษตรกรอินทรีย์ก็จะเป็นข้อมูลปัจจุบัน ทางผู้ประกอบการหรือสมาชิกจะได้เห็นว่ามีผู้ประกอบการใดบ้าง หรือคาดการณ์ได้ว่าจะมีผลผลิตใดออกมาได้บ้าง ซึ่งจะเป็นการทำงานของฝั่งต้นนน้ำ แล้วทางสมาคมฯจะเอากิจกรรมของเกษตรกร เช่น ท่องเที่ยว เรียนรู้ จะอยู่ในปฏิทินกิจกรรมของสมาคมฯ หรือแม้แต่การจัดงานกิจกรรมของผู้ปะกอบการ

 



บริษัท สมาร์ท โกลด์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด SMART GOLD MEDIA GROUP CO.,LTD. ติดต่อสอบถาม โทร : 0893284192 , ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ