สสส.-ภาคีแผนการอ่านฯ ทั่วประเทศ ชวนอ่านสร้างสุข อยู่บ้าน ต้านโควิด-19 ดึงพ่อแม่-คนใกล้ชิดเด็กเล็กใช้พลังการอ่าน การเล่น ผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์เสริมทักษะชีวิตในภาวะวิกฤต
ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และรักษาการผู้อำนวยการสำนักสร้างเสริมระบบสื่อและสุขภาวะทางปัญญา สสส. กล่าวว่า จากผลสำรวจการอ่านของประชากร ปี 2561 โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่า คนไทยอายุ 6 ปีขึ้นไป อ่านหนังสือร้อยละ 78.8 หรือ 49.7 ล้านคน กลุ่มที่ไม่อ่าน มีร้อยละ 21.2 หรือ 13.7 ล้านคน เหตุผล คือ ไม่ชอบ ไม่สนใจการอ่าน ในยุคดิจิทัล ศตวรรษที่ 21 และตอบโจทย์ชีวิตวิถีใหม่
สสส.จึงร่วมกับพลังภาคีการอ่านทั่วประเทศ จัดกิจกรรมพิเศษ “อ่านสร้างสุข อยู่บ้าน ต้านโควิด–19” ส่งเสริมการรักการอ่านในกลุ่มเด็กเล็กผ่านสื่อสังคมออนไลน์ในช่องทางเฟซบุ๊ก โดยให้ความรู้แก่พ่อแม่ ผู้ปกครอง มีความเข้าใจจนเกิดการทดลองปฏิบัติในเรื่องการอ่าน เพื่อปลูกฝังนิสัยรักการอ่าน และสร้างทักษะชีวิตกลุ่มเด็กเล็กในอนาคต
“องค์การอนามัยโลก ได้แนะนำพ่อแม่และผู้ปกครอง ในการควบคุมเวลาหน้าจอสำหรับเด็กไว้ว่า เด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี ไม่ควรอยู่หน้าจออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เกิน 1 ชั่วโมง การเล่านิทานให้เด็กฟังเป็นประจำจะช่วยทำให้เด็กรักการอ่าน ไม่มีพฤติกรรมติดจอ ทุกภาคส่วนจึงต้องสานพลังรณรงค์ให้ความรู้และทำความเข้าใจ เพราะการแก้ไขเรื่องการอ่านจึงไม่ได้อยู่แค่ในระดับองค์กร ต้องให้ความรู้ตั้งแต่ระดับครัวเรือน” ดร.นพ.ไพโรจน์ กล่าว
นางสุดใจ พรหมเกิด ผู้จัดการแผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน สสส. กล่าวว่า สถานการณ์โควิด-19 ที่กลับมาอีกครั้ง ทำให้มีผลกระทบเกิดขึ้น ทั้งการประกาศปิดสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย อาทิ ศูนย์เด็กเล็ก โรงเรียน ทำให้เด็ก ๆ ที่หยุดอยู่บ้านขาดกระบวนการเรียนรู้และการสร้างเสริมศักยภาพที่จำเป็น ลดลงจากเดิม 20-30% ดังนั้น แผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน สสส. ร่วมกับ ภาคีอ่านยกกำลังสุขทั่วประเทศ และเครือข่ายพลังอ่านชายแดน จึงจะได้จัดกิจกรรมพิเศษ “อ่านสร้างสุข อยู่บ้าน ต้านโควิด–19” เป็นกิจกรรมการเรียนรู้ทางออนไลน์ที่มีรูปแบบที่หลากหลายตามบริบทของพื้นที่ทุกภูมิภาค
“นิทาน มีภาพประกอบที่ช่วยเสริมจินตนาการ เกิดทักษะในการคิดวิเคราะห์ ตีความ มีการใช้ศัพท์ที่ง่าย ทำให้เด็กเข้าใจและรักการอ่าน เพียงแค่เริ่มใช้เสียงในการอ่านหนังสือ นิทาน และการปฏิสัมพันธ์กับเด็กในครอบครัว ให้เด็กได้เข้าใจ และเปล่งเสียงออกมา จะช่วยพัฒนาทักษะด้านการพูด การอ่าน สามารถช่วยคลี่คลายปัญหาต่าง ๆ ได้ในอนาคต นำไปสู่การสร้างพลังพลเมืองที่ตื่นรู้ หวังว่ากิจกรรมพิเศษ “อ่านสร้างสุข อยู่บ้าน ต้านโควิด–19” จะช่วยเป็นแนวทางให้พ่อแม่และผู้ดูแลเด็กได้นำทักษะการเล่านิทาน การเล่นเกมไปใช้พัฒนาทักษะการเรียนรู้ของเด็ก ๆ ในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ได้อย่างสะดวกมากขึ้น” นางสุดใจ กล่าว
สำหรับ การจัดกิจกรรมพิเศษ “อ่านสร้างสุข อยู่บ้านต้านโควิด–19” จะมีทุกวันศุกร์ เวลา 18.00 -19.00 น. ทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ “อ่านยกกำลังสุข” ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ครอบครัวและผู้ดูแลเด็กที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดตามได้ทางเว็บไซต์ www.happyreading.in.th