หลังจากที่วัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 หรือที่เรียกกันง่ายๆว่าวัคซีนโควิด-19 เข้ามาในประเทศไทยและได้มีการฉีดให้กับกลุ่มเสี่ยงกันไปแล้วนั้น นอกจากนี้ยังมีคนที่เข้าใจผิดคิดว่าเมื่อซีนวัคซีนแล้วตนจะไม่ป่วยด้วยโรคโควิด-19 และละเลยมาตรการการป้องกันตัวเอง
ที่ผ่านมาดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) ได้ชี้แจงและสร้างความเข้าใจในเรื่องของ “วัคซีนเพื่อสังคมไทย สู้โควิด” กล่าวว่า สสส. ได้สำรวจความคิดเห็นต่อการรับวัคซีน โควิด-19 (Covid-19) เกี่ยวกับความเข้าใจเรื่องวัคซีน ผ่านการทำแบบสอบถามจำนวน 1,017 คน พบว่า ส่วนใหญ่ 62.9% พร้อมเข้ารับวัคซีน มี 27.1% ไม่แน่ใจ และ 9.9% ไม่ต้องการฉีดวัคซีน ที่น่าสนใจคือ พบว่า 24% ยังเข้าใจผิด/ไม่แน่ใจ ว่าฉีดวัคซีนแล้วไม่มีโอกาสติดเชื้อโควิด และ 33% เข้าใจผิดว่าฉีดวัคซีนโควิดแล้ว หากติดเชื้อจะไม่แพร่เชื้อไปสู่บุคคลอื่น
สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ คนไทยที่ได้รับวัคซีนแล้วอาจจะมีแนวโน้มลดการปฏิบัติแบบ “ชีวิตวิถีใหม่” หรือ New Normal ทั้งการเว้นระยะห่าง ใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือ ทั้งๆ ที่หลังฉีดวัคซีนยังจำเป็นต้องเคร่งครัดในการใช้ชีวิตแบบชีวิตวิถีใหม่ เนื่องจากวัคซีนในปัจจุบันมีประสิทธิภาพลดความรุนแรงของอาการป่วย แต่ยังมีโอกาสติดเชื้อได้
“ทั้งมีประชาชน 40% กลัวผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีน แต่ 75% ไม่รู้จักหมายเลข 1422 และ 1669 เพื่อสอบถามผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีน”ดร.สุปรีดา กล่าว
ทั้งนี้ สสส.เป็นหนึ่งในคณะอนุกรรมการอำนวยการจัดการการให้วัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 โดยทำงานร่วมกับกระทรวงสาธารสุข(สธ.) สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ(สช.) องค์การอนามัยโลก(WHO) องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย และสถาบันวัคซีนแห่งชาติ ในการสร้างความเข้าใจเรื่องวัคซีน โดยสร้างการรับรู้ประชาชนให้มีข้อมูลเพียงพอในการตัดสินใจ และรู้วิธีปฏิบัติตัวในการรับบริการวัคซีนและหลังรับวัคซีน
หน้าที่ของ สสส.คือ พัฒนากลไกการสื่อสาร “วัคซีนเพื่อสังคมไทย สู้โควิด” จึงได้จัดทำชุดข้อมูลความรู้ 2 ประเด็น คือ 1. การทำงานของวัคซีนในการป้องกันโรคข้อมูลชุดถามตอบข้อสงสัยของประชาชน และ 2. การฉีดวัคซีนป้องกันโรคต้องทำควบคู่กับชีวิตวิถีใหม่
ด้าน นางสาวสุพัฒนุช สอนดำริห์ ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารการตลาดเพื่อสังคม สสส.กล่าวว่า จากบทบาทและหน้าที่ของ สสส.ในการสื่อสารสังคมให้ช่วยกันยกระดับป้องกันโควิด-19 โดยทำการศึกษาพฤติกรรมคนไทย โดยเฉพาะโจทย์สร้างความเข้าใจกับประชาชนเรื่องวัคซีนที่เป็นเรื่องใหม่ได้รับความร่วมมือจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ นักวิจัย ในการให้ข้อมูลเกี่ยวกับวัคซีนที่ถูกต้อง
สิ่งที่ต้องตอกย้ำกันอีกครั้งในเรื่องของวัคซีนว่า วัคซีนจะทำหน้าที่สร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายต่อสู้กับเชื้อโรค และต้อสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชนถึงอาการข้างเคียง หรือผลไม่พึงประสงค์ ที่อาจจะเกิดขึ้นจากการรับวัคซีน รวมถึงการดูแลตนเอง ทั้งก่อน ระหว่าง และหลังการรับวัคซีน สิ่งที่สำคัญ คือ ประชาชนที่ได้รับวัคซีนแล้วยังต้องดูแลสุขภาพให้แข็งแรงในชีวิตวิถีใหม่ คือ เว้นระยะห่าง ล้างมือ สวมหน้ากากอนามัย
นางสาวสุพัฒนุช กล่าวว่า ช่องทางการประชาสัมพันธ์การสื่อสารดังกล่าว จะครอบคลุมทุกช่องทางการสื่อสาร ทั้งสปอตทางโทรทัศน์ สื่อเสียง โปสเตอร์ วิดีโอ สื่อออนไลน์
และในปีที่ผ่านมา การสื่อสารเรื่องโควิด-19 ซึ่งเป็นการทำงานเชิงรุก สสส. ได้รับความร่วมมือจากภาครัฐและเอกชนทุกภาคส่วน เช่น สื่อโทรทัศน์ สื่อจอภาพเคลื่อนไหว จอในสนามบิน รวมทั้งสื่อรถไฟฟ้า รถประจำทาง และโซเชียลมีเดียต่างๆ ได้เผยแพร่ประชาสัมพันธ์เรื่องโควิค-19 โดยไม่ได้คิดมูลค่าซึ่งเป็นการทงานร่วมกันเผยแพร่สื่อที่เป็นประโยชน์สู่ส่งคมไทย
“สสส.สื่อสารไปยังประชาชนให้ศึกษาข้อมูลในการฉีดวัคซีนให้เพียงพอต่อการตัดสินใจ เพราะการฉีดวัคซีนเป็นความสมัครใจ โดยผลิตชุดข้อมูลจำเป็น ก่อนรับวัคซีน หลังรับวัคซีน คือ ต้องดูแลร่างกายให้แข็งแรงก่อนฉีดวัคซีน ฉีดแล้วต้องปฏิบัติตัวอย่างไร ผู้ป่วยโรคที่ควรฉีดวัคซีนก่อน เช่น โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคอ้วน เบาหวาน มะเร็ง กลุ่มผู้สูงอายุ หรือกลุ่มที่ไม่สามารถรับวัคซีนได้ เช่น ผู้มีอาการแพ้ส่วนประกอบของวัคซีน สตรีมีครรภ์ เด็กต่ำกว่า 18 ปี ผู้ป่วยภูมิคุ้มกันบกพร่องรุนแรง เหล่านี้เรามีการทำข้อมูลรอบด้าน ถูกต้องและชัดเจน” นางสาวสุพัฒนุช กล่าว