Toggle navigation
วันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม 2569
หน้าแรก
ข่าวสาร
วิเคราะห์-บทความ-ต่างประเทศ
ประกัน
ยานยนต์
การเงิน-ธนาคาร
หุ้น-กองทุนรวม
อสังหาริมทรัพย์
พลังงาน-คมนาคม-โลจิสติกส์
อุตสาหกรรม-เออีซี-เอสเอมอี
ไอที
การศึกษา-กทม
การตลาด-ซีเอสอาร์
เกษตรยุคใหม่-ภูมิภาค
บันเทิง
ขายตรง
ประชาสัมพันธ์
PR NEWS -ข่าวประชาสัมพันธ์
ไลฟ์สไตล์
ท่องเที่ยว
แฟชั่นโซไซตี้-ดูดวง
ช๊อป-ชิม-ชิล
สุขภาพ-ความงาม
วิดีโอ-คลิปข่าว
E-Book
นสพ. สยามธุรกิจ
ติดต่อเรา
สามารถส่งข้อมูล ข่าวสาร ทางอีเมลล์ : siamturakijonlinenews@gmail.com และ สำหรับฝ่ายโฆษณา ทางอีเมลล์ : siamturakijadvertising@gmail.com
หน้าแรก
วิเคราะห์-บทความ-คอลัมน์
กสม.องค์กรป้องสิทธิมนุษย "มาร์ค"?
กสม.องค์กรป้องสิทธิมนุษย "มาร์ค"?
วันเสาร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2556
Tweet
วิเคราะห์การเมือง : by นพคุณ ศิลาเณร
ชื่อเต็มๆ รายงานฉบับสมบูรณ์ของ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) มีว่า "รายงานผลการตรวจสอบ เพื่อมีข้อเสนอแนะเชิงนโยบายกรณีเหตุการณ์การชุมนุมของกลุ่ม นปช. ระหว่างวันที่ 12 มีนาคม 2553 ถึง 19 พฤษภาคม 2553"
รายงานนี้มีความยาว 88 หน้า ทุกหน้าบรรยายเหตุการณ์ด้วย "ตัวอักษร" ไร้ภาพประกอบ โดยนางอมรา พงศาพิชญ์ ประธาน กสม. กล่าวว่า ใช้เวลาจัดทำนาน ถึง 3 ปี ตรวจสอบพยานเกือบ 200 ปาก ดูคลิป เอกสารศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ข้อกฎหมาย และข้อเท็จจริงต่างๆ รวมทั้งดูพื้นที่จริง จึงทำให้ล่าช้า
กสม.ส่งรายงานฉบับนี้ให้รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ประมาณกลางเดือนกรกฎาคม 2556 แล้ว เก็บตัวเงียบ ไม่มีแถลงอย่างเป็นทางการ แต่จู่ๆ วันที่ 8 สิงหาคมที่ผ่านมา ได้นำเผยแพร่บนเว็บไซต์ กสม. จนนำไปสู่ข้อกังขาของฝ่ายนักวิชาการและคนเสื้อแดงอย่างกว้างขวาง
คงจำได้ว่า วันที่ 8 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันที่สองที่สภาพิจารณาร่างกฎหมายนิรโทษกรรมฉบับนายวรชัย เหมะ ส.ส.สมุทร ปราการ พรรคเพื่อไทย วาระแรก บรรยา-กาศในห้องประชุมสภากำลังถกเถียงกันด้วยอารมณ์รุนแรง มีเสียงโห่ โยนกระดาษ เอกสาร และเลยเถิดถึง "ถอดรองเท้า" ชูเปรียบเปรยเบื้องต่ำจาก ส.ส.พรรคเพื่อ ไทยไปให้ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์
ไม่น่าใช่ความบังเอิญแน่....แต่ต้องเป็นการ "จงใจจัดสร้าง" ของ กสม.ที่นำรายงานตรวจสอบฉบับเต็มออกเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ โดยนายจตุพร พรหมพันธุ์ ตั้งข้อสังเกตว่า เป็นเกมการเมืองของกสม. ที่ต้องการซ้ำเติมรัฐบาลและมวลชนเสื้อแดง เพื่อช่วยเหลือพรรคประชาธิปัตย์ให้การอภิปรายต่อต้านร่างกฎหมายนิรโทษกรรมมีความน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น
หากพิจารณา "แรงจูงใจ" การปล่อยรายงานของ กสม.แล้ว ต้องเชื่อมกับสถานการณ์ก่อนวันที่ 7-8 สิงหาคมที่ผ่านมา คือ วันที่ 6 สิงหาคมที่ผ่านมา ศาลอาญากรุงเทพใต้ อ่านคำสั่งในคดีหมาย เลขดำที่ ช.5/2555 ซึ่งอัยการยื่นคำร้อง ขอให้ศาลทำการไต่สวนการตาย 6 ศพในวัดปทุมวนาราม
คำสั่งศาลมีสาระสำคัญอยู่ที่ "การตาย 6 ศพเกิดจากกระสุนปืนความเร็วสูงมาจากฝั่งเจ้าพนักงานที่ปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่ง ศอฉ." นอกจากนี้ ศาลยังพิเคราะห์พยานหลักฐานและชี้ว่า ไม่มีชายชุดดำอยู่ในวัดปทุม
กรณีคำสั่งศาลย่อมทำให้ข้อมูล "ชายชุดดำ" ของพรรคประชาธิปัตย์ขาดความน่าเชื่อถืออย่างสิ้นเชิง แต่เมื่อรายงานของ กสม.ออกมาระบุว่า "มีชายชุดดำจริง" ย่อมเป็นเหตุผลด้านบวกของพรรคประชาธิปัตย์ที่ขายความรุนแรงในเหตุการณ์ปราบปรามประชาชนจนเกิดความตาย 99 ศพว่า เป็นการกระทำของชายชุดดำ
+ กสม.ปกป้อง "มาร์ค"
ทันทีที่รายงานของ กสม.แพร่กระจาย มากขึ้น เสียงสะท้อนด้านบวกมาจากพรรค ประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคถึงกับเรียกร้องให้ประชาชนอ่านรายงานฉบับนี้ให้มากขึ้น แต่เสียงสะท้อน "ด้านลบ" กลับวิจารณ์อย่างเอือมระอากับการทำหน้าที่ของ กสม.
ศูนย์ข้อมูลประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุสลายการชุมนุมเม.ย.-พ.ค. 2553 (ศปช.) ซึ่งเป็นองค์กรอิสระ แกนนำ นปช. นักวิชาการด้านสิทธิมนุษยชน ล้วน ตำหนิรายงานของ กสม.เป็นเสียงเดียว กันว่า ไม่น่าเชื่อถือเพราะเข้าข้างพรรคประชาธิปัตย์ชัดเจนเกิน
"เวียงรัฐ เนติโพธิ์" อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าว ว่า รายงาน กสม.ไม่น่าเชื่อถือเพราะเป็นไปตามสิ่งที่รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์พูดไว้ "กสม.ปกป้องรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์โดยไม่หาพยานหลักฐานเพิ่มเติม"
"ดร.พวงทอง ภวัครพันธุ์" อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและผู้ประสานงาน ศปช. กล่าวว่า รัฐบาล (พรรคประชาธิปัตย์) ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ กว่า 1 หมื่นคน กระสุนจริงใช้ไปกว่า 1 แสน 2 หมื่นนัด ใช้กระสุนของปืนสไนเปอร์ กว่า 2 พันนัด นี่คือข้อเท็จจริงที่ไม่ปรากฏ ในรายงาน
องค์กรฮิวแมนไรต์วอตช์ ระบุว่า ราย งานนี้สรุปว่า การชุมนุมของกลุ่ม นปช. ไม่ชอบด้านกฎหมายอย่างไร รัฐบาลมีความจำเป็นต้องปราบปรามอย่างไร แต่ไม่ได้ตำหนิการใช้อำนาจของรัฐที่เกินขอบ เขต ซึ่งทำให้เกิดการตายและไม่ได้พูด ถึงการรับผิดชอบที่เกิดขึ้น
"กสม.ไม่มีสิทธิ์ชี้ถูกชี้ผิด ซึ่งไม่ถูกต้อง เพราะกสม.มีหน้าที่ชี้ว่าใครละเมิด สิทธิมนุษยชนบ้าง ไม่ใช่มีแต่รายงานที่เป็นอรรถาธิบาย"
กล่าวโดยรวมแล้ว เสียงตำหนิราย งาน กสม.แบบตรงๆ นั้น อยู่บนหลักการพื้นฐานของการจัดทำรายงานที่บิดเบี้ยว และออกนอกลู่นอกทางของนักสิทธิมนุษยชนไปสู่รายงานเข้าข้างทางการ เมืองอย่าง น่าสงสัยจุดยืนของ กสม.
หากพิจารณารายงานทั้ง 88 หน้าของ กสม.สิ่งที่น่าสนใจอย่างสำคัญอยู่ที่การวิเคราะห์ผลกระทบหรือผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนไม่ได้เอา การกระทำของรัฐกระทบต่อสิทธิมนุษยชน เป็นตัวตั้ง แต่กลับเริ่มสมติฐานว่าการกระทำของผู้ชุมนุมเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนเป็นตัวกล่าวหา
ไม่เพียงเท่านั้น ในรายงานยังไม่ได้ระบุว่า การใช้อำนาจของรัฐนั้นเป็นการกระทำที่กระทบต่อสิทธิมนุษยชนและ มีเหตุสมควรเพียงพอให้กระทำได้โดยชอบหรือไม่ สมควรต่อเหตุหรือไม่? รวมทั้งการละเมิดสิทธิมีสาเหตุโดยตรงมาจาก หรือมีการกระทำของบุคคลอื่นมากระทบร่วมด้วย หรือมีเหตุอื่นมาตัดรอนผลแห่งการกระทำหรือความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่ออกไปเพียงใด?
ถึงที่สุดแล้ว รายงานของ กสม.กลับ ขาดการลำดับข้อเท็จจริงที่ชัดเจนเพียงพอในเหตุการณ์เฉพาะกรณี และภาพรวม ของเหตุการณ์ทั้งหมด แต่เมื่ออ่านรายงาน ทั้งหมดแล้ว ทำให้เกิดภาพสุดท้ายได้ชัดเจนว่า นปช.ผิด เป็นผู้เริ่มต้นละเมิดสิทธิมนุษยชน สมควรต้องถูกปราบปราม เพราะมีกองกำลังติดอาวุธชายชุดดำ และเป็นสิ่งถูกต้องแล้วที่รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน
ทั้งหมดนั้น เป็นจินตภาพของราย งาน กสม.ที่พรรคประชาธิปัตย์สมัยเป็นรัฐบาลได้ประโยชน์ กระทั่งนายอภิสิทธิ์เรียกร้องให้ศึกษาความจริงในสิ่งที่ กสม. จัดสร้างขึ้นเพื่อเกิดหูตาสว่างจากภาพลวง ตาของ นปช.พรางปิดไว้
+ "อมรา" ถูกกล่าวหาว่าเป็น "เหลือง"
คณะกรรมการ กสม.ชุดปัจจุบันทั้ง 7 คน เป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 256-257 ผ่านการสรรหาจากคณะกรรมการสรรหาซึ่งแทบทั้งหมดมาจากตัวแทนศาลยุติธรรม และวุฒิสภาแต่งตั้ง ได้รับการโปรดเกล้าฯเมื่อ 25 มิถุนายน 2552 ซึ่งจะครบวาระในเดือนมิถุนายน 2558
ในปี 2552 พรรคประชาธิปัตย์เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล นายอภิสิทธิ์เป็นนายก รัฐมนตรี แล้วต้องผจญกรรมการใช้กำลังทหารนับหมื่นคนเข้าสลายการชุมนุมของ นปช.เมื่อเมษา-พฤษภา 2553 จนมีผู้เสียชีวิตร่วม 100 ศพ บาดเจ็บนับพันราย
กสม.ทำได้งานเพียง 1 ปี โดยหน้าที่ นักสิทธิมนุษยชนแล้ว ต้องมาเผชิญหน้ากับงานใหญ่ในพฤษภา 2553 งานแรกคือ รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ประกาศใช้กฎหมายความมั่นคง แล้วตามมาด้วยใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ซึ่งเป็นกฎหมายเด็ดขาด แต่ กสม. กลับนิ่งเฉย ไม่ตำหนิรัฐบาลว่า เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน
"สิทธิมนุษยชน" มีความหมายยึด ถือกันว่า เป็นสิทธิของมนุษย์ที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด เป็นอิสระ มีความเท่าเทียม และอยู่เหนือพันธะของกฎหมาย ดังนั้นประเทศทั่วโลกจึงให้ความสำคัญกับการปกป้องสิทธิของมนุษย์ตามธรรมชาติมากกว่าสิทธิภายใต้กฎหมายบังคับ
แต่การวิจารณ์หน้าที่ กสม. ในไทยและในเหตุการณ์พฤษภา 2553 นั้น ล้วนพุ่งเป้าไปสู่การวิจารณ์ว่า ไม่ปกป้อง คุ้มครอง สิทธิมนุษย์ตามธรรมชาติ แต่กลับให้ความสำคัญในสิทธิบังคับของกฎหมาย ด้วยเหตุนี้ จึงตำหนิรายงานของ กสม.ว่าบิดเบี้ยวเพราะมีพื้นฐานการทำหน้าที่คลาดเคลื่อนไปจากหลักการพื้นฐานของสิทธิมนุษยชน
ดังนั้น เสียงวิจารณ์ กสม.จึงดังสอด ประสานไปในทำนองว่า ไม่ใช่องค์กรสิทธิมนุษย์ แต่เป็นเพียงหน่วยทางการเมืองเลือกฝ่าย เพื่อมาทำหน้าที่เลือกข้างปกป้อง พรรคการเมืองบางพรรค
รูปธรรมของเสียงวิจารณ์ดังกล่าวนั้น เกิดจากการเชื่อมโยง "ตัวบุคคล" กับการแสดงออกทางการเมืองเลือกข้างในช่วงเหตุ การณ์ไล่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ถึงปัจจุบัน กระทั่งนำไปสู่การลอกคราบ "อมรา" ประธานกสม.ที่มีอัตราเงินเดือนกว่าแสนบาท
"อมรา" มีความสัมพันธ์ทางแนวคิดกับ ดร.ชัยอนันต์ สมุทรวนิช ซึ่งเป็นแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยของนายสนธิ ลิ้มทองกุล สมัยที่เธอเป็นคณบดีคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้รับการอุ้มชูจาก ดร.ชัยอนันต์ ทั้งๆ มีคะแนนคัดเลือกมาอันดับสามเพียง 8 คะแนนเท่านั้น แต่ด้วยเหตุผล "คณะรัฐศาสตร์ควรจะลองของใหม่" จึงผลักดันให้เธอได้ตำแหน่งมาครอง
เธอมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการรวบรวมรายชื่ออาจารย์คณะรัฐศาสตร์เพื่อ ต่อต้าน พ.ต.ท.ทักษิณ เมื่อเธอเป็นประธาน กสม.ถึงกับรับรอง "ผังล้มเจ้า" ของ ศอฉ. ว่า ไม่ใช่ของใหม่ ความจริงสังคมรับรู้อยู่แล้ว รวมทั้งเกิดเหตุการณ์ปราบปรามประชาชนเมื่อพฤษภา 2553 เธอเงียบ ไม่มีเสียงร้องกล่าวหารัฐบาลนายอภิสิทธิ์ว่าละเมิดสิทธิมนุษยชนอยู่
แต่เมื่อถึง รัฐบาลของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในเหตุการณ์รัฐบาลใช้กฎหมายความมั่นคง และตำรวจใช้แก๊สน้ำตาขับไล่ผู้ชุมนุมที่ต่อ ต้านกฎหมายปรองดอง "อมราและกสม." กลับเป็นเดือดเป็นร้อน ถึงกับร่อนแถลงตำหนิรัฐบาล กล่าวหาตำรวจใช้ความรุนแรง และต้องเรียกมาตรวจสอบหาความจริงที่กระทำไป
บทบาทราวกับเป็นองค์กร 2 มาตร-ฐานเช่นนี้ ทำให้ "อมราและ กสม." ถูกตราหน้าว่า เป็นพวกฝ่ายเสื้อเหลือง และจ้องหาโอกาสกระทำกับฝ่ายเสื้อแดงที่อยู่ตรงข้าม นั่นย่อมเป็นภาพด้านลบจนยากจะสลัดออกได้
+ นปช.เสื้อแดง เจ็บซ้ำซาก
กล่าวถึงที่สุดแล้ว การกล่าวหา "อมรา และ กสม." ว่าเป็นองค์กรทางการเมือง มีแนวคิดอยู่ฝ่ายตรงข้ามพรรคเพื่อไทย และพ.ต.ท.ทักษิณ แต่ปกป้องพรรคประชาธิปัตย์ก็ตาม นั่นเป็นเพียงสะท้อนในแง่บท บาทของตัวบุคคล แล้วนำไปโจมตี "องค์กร กสม." ให้เสื่อมเสียความน่าเชื่อถือ
แต่ความน่าเชื่อถือของ กสม.อยู่ที่การสะท้อนหลักการของนักสิทธิมนุษยชนเพียงไร และแน่นอนรายงานตรวจสอบฉบับเต็มของ กสม.ที่ออกมาในช่วงพรรคประชาธิปัตย์โหมแรงต่อต้านร่างกฎหมายนิรโทษกรรมนั้น จึงทำให้สังคมเต็มไปด้วยข้อกังขา
เป็นการกังขาที่เต็มไปด้วยคำถามว่า ทำไมในรายงานจึงมุ่งตรวจสอบผู้ชุมนุมเสื้อแดงเพียงฝ่ายเดียว ขณะเดียวกันกลับรับรองสิทธิรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ให้ออกกฎหมายพิเศษใช้กำลังปราบ ปรามประชาชนได้
ด้วยคำถามที่สะท้อนหลักคิดการทำหน้าที่แบบ "ใช้หัวเดินต่างเท้า" จึงทำให้บทบาทของนักสิทธิมนุษยชนบิดเบี้ยว ชนิดเอียงไปสูเกมการเมือง
และเป็นเกมการเมืองที่ยัดเยียดความผิดให้ นปช.และคนเสื้อแดงอย่างเจ็บปวด ชนิดทวนคำตัดสินของศาลอาญาว่า ความตายเกิดจากกระสุนปืนจากผู้ทำหน้าที่ตามคำสั่ง ศอฉ. และไม่มีชายชุดดำใดเลย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
The Associated Press
ออกใบแจ้งหนี้นอกระบบ กับ ผ่านโปรแกรมบัญช...
...
ก่อนปิดดีลกับบริษัทจำหน่ายตู้คอนเทนเนอร์...
...
Wall Rack คืออะไร? พร้อมวิธีเลือกซื้อให้...
...
ในยุคที่ AI พัฒนาอย่างรวดเร็ว โซเชียลมีเ...
...
5 บัตรเครดิตสายกิน 2569 กินร้านหรู-สตรีท...
...
บริษัท สมาร์ท โกลด์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด SMART GOLD MEDIA GROUP CO.,LTD. ติดต่อสอบถาม โทร : 0893284192 , ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ
×
เว็บไซต์ “สยามธุรกิจ” ใช้คุกกี้เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น อ่านนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy) และ นโยบายคุกกี้ (Cookie Policy)
กดยอมรับ