“เอ็กโก กรุ๊ป” โกยกำไร Q1 จำนวน 2,022 ล้าน รุกลงทุนทั้งในและต่างประเทศ พร้อมหนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน

วันอังคารที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2566

“เอ็กโก กรุ๊ป” โกยกำไร Q1 จำนวน 2,022 ล้าน รุกลงทุนทั้งในและต่างประเทศ พร้อมหนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน


บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็กโก กรุ๊ป ประกาศผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีรายได้รวม 15,125 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 2,022 ล้านบาท ปัจจัยสนับสนุนหลักจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นของโรงไฟฟ้าเคซอนและซานบัวนาเวนทูรา ฟิลิปปินส์ เดินหน้าเตรียมพร้อมยื่นประมูลโครงการจัดหาไฟฟ้า จากพลังงานหมุนเวียนส่วนขยายที่จะเปิดรอบเพิ่มเติมของภาครัฐ และแสวงหาโอกาสลงทุนธุรกิจไฟฟ้าและพลังงานที่เกี่ยวเนื่องในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ตอบโจทย์ยุคเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน

นายเทพรัตน์ เทพพิทักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอ็กโก กรุ๊ป เปิดเผยว่า เอ็กโก กรุ๊ป หาโอกาสในการสร้างความเติบโตในธุรกิจไฟฟ้าและพลังงานที่เกี่ยวเนื่องอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางสถานการณ์ความผันผวนของต้นทุนเชื้อเพลิงและสภาพเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวตั้งแต่ปี 2565 จนถึงปัจจุบัน ด้วยความเชี่ยวชาญ ในการบริหารจัดการพอร์ตโฟลิโอโรงไฟฟ้าและต้นทุนเชื้อเพลิงอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนความสามารถในการบริหารความเสี่ยงด้านการลงทุนอย่างเหมาะสม ในไตรมาสนี้ เอ็กโก กรุ๊ป ประสบความสำเร็จ ในการปิดดีลโรงไฟฟ้า “ไรเซ็ก” กำลังผลิต 609 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นการต่อยอดความสำเร็จของเอ็กโก กรุ๊ป  ในตลาดไฟฟ้าระดับโลก ต่อเนื่องจากโรงไฟฟ้า “ลินเดน โคเจน” และโครงการ “เอเพ็กซ์” ปูทางสู่ความร่วมมือทางธุรกิจ ซึ่งจะนำไปสู่โอกาสในการลงทุนเพิ่มเติมในโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติควบคู่กับโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนที่มีคุณภาพสูงในตลาดไฟฟ้าของประเทศสหรัฐอเมริกาในอนาคต

สำหรับผลประกอบการไตรมาสที่ 1 ปี 2566 เอ็กโก กรุ๊ป มีรายได้รวม 15,125 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 1 ของปี 2565 และมีกำไรสุทธิ 2,022 ล้านบาท ลดลง 51% หรือ 2,093 ล้านบาทเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักจากโรงไฟฟ้าพาจู อีเอส ในเกาหลีใต้ โรงไฟฟ้าไซยะบุรีและโรงไฟฟ้าน้ำเทิน 2 ใน สปป.ลาว มีปริมาณการขายไฟฟ้าลดลง อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยบวกจากรายได้ ที่เพิ่มขึ้นของโรงไฟฟ้าเคซอนและซานบัวนาเวนทูรา ในฟิลิปปินส์

ปัจจุบันเอ็กโก กรุ๊ป มีโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง 2 โครงการ ได้แก่ โครงการโรงไฟฟ้า “เอ็กโก โคเจนเนอเรชั่น ส่วนขยาย” จังหวัดระยอง กำลังผลิต 74 เมกะวัตต์ มีความก้าวหน้าในการก่อสร้างประมาณ 60% คาดว่าจะแล้วเสร็จและเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ในไตรมาสที่ 1 ปี 2567 และโครงการโรงไฟฟ้า “หยุนหลิน” ในไต้หวัน กำลังผลิต 640 เมกะวัตต์ จนถึงไตรมาสที่ 1/2566 สามารถจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบได้แล้วจำนวน 16 ต้น กำลังผลิต 128 เมกะวัตต์ ทั้งนี้ เอ็กโก กรุ๊ป ในฐานะหนึ่งในผู้ถือหุ้นได้เร่งรัดติดตามความก้าวหน้าของโครงการอย่างใกล้ชิด และร่วมปรับแผนการก่อสร้าง เพื่อให้มั่นใจว่าโครงการจะแล้วเสร็จภายในปี 2567

สำหรับการขยายธุรกิจไฟฟ้าและธุรกิจพลังงานที่เกี่ยวเนื่อง เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานในประเทศ เอ็กโก กรุ๊ป เตรียมพร้อมเข้าร่วมประมูลโครงการจัดหาไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนแบบ FiT 3,600 เมกะวัตต์ ส่วนขยายที่จะเปิดรอบเพิ่มเติม ขณะเดียวกันได้ร่วมมือกับพันธมิตรศึกษาและพัฒนาการใช้พลังงานทางเลือก เช่น เชื้อเพลิงไฮโดรเจน และเทคโนโลยีการดักจับ การใช้ประโยชน์ และการกักเก็บคาร์บอน (CCUS) รวมถึงขยายการลงทุนในเทคโนโลยีและนวัตกรรมพลังงานใหม่ ๆ ผ่านบริษัท “อินโนพาวเวอร์” สำหรับในต่างประเทศ เอ็กโก กรุ๊ป มุ่งต่อยอดและแสวงหาโอกาสลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนและโรงไฟฟ้าที่ใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ ซึ่งมีความจำเป็นสำหรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานไปสู่พลังงานสะอาด

“ด้วยรากฐานทางธุรกิจที่มั่นคง เอ็กโก กรุ๊ป ได้ก้าวสู่การดำเนินงานปีที่ 31 อย่างแข็งแกร่งเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ภายใต้แนวคิดการดำเนินธุรกิจ “Cleaner, Smarter and Stronger to Drive Sustainable Growth” เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความมั่นคงทางพลังงานและขับเคลื่อนอุตสาหกรรมพลังงานสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ควบคู่ไปกับการสร้างมูลค่าเพิ่มและดูแลผู้มีส่วนได้เสียอย่างยั่งยืน” นายเทพรัตน์ กล่าวสรุป



บริษัท สมาร์ท โกลด์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด SMART GOLD MEDIA GROUP CO.,LTD. ติดต่อสอบถาม โทร : 0893284192 , ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ