จากกรณีที่มีผู้โดยสารตกค้างบนรถบัสขนผู้โดยสารจากกระบวนการรับ–ส่งผู้โดยสารระหว่างอาคารผู้โดยสารและอากาศยาน ตามที่เป็นข่าวนั้น สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ได้ให้สายการบินไทยแอร์เอเชียเข้าชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีเที่ยวบิน FD3116 เส้นทางดอนเมือง-หาดใหญ่ ซึ่งทำการบินเมื่อวันที่ 17 มกราคม 2569
ภายหลังรับทราบเหตุการณ์ CAAT ได้ให้สายการบินทำการชี้แจงประเด็นที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน โดยมุ่งเน้นการตรวจสอบขั้นตอนการประสานงานและการสื่อสารของเจ้าหน้าที่ภาคพื้น ตลอดจนกระบวนการตรวจสอบความครบถ้วนของผู้โดยสารก่อนทำการบิน เพื่อประเมินความสอดคล้องกับมาตรฐานด้านความปลอดภัยและการให้บริการผู้โดยสารตามที่กำหนดไว้
สายการบินได้ชี้แจงเรื่องที่เกิดขึ้น โดยในเบื้องต้นพบว่าเป็นประเด็นในกระบวนการประสานงานและการตรวจสอบจำนวนผู้โดยสารก่อนที่จะออกเดินทาง แต่ได้มีการแก้ไขปัญหาโดยการกลับมารับผู้โดยสารและได้มีการขนส่งผู้โดยสารตามแผนเดิมได้ จึงไม่ได้แจ้งให้ CAAT ทราบ ทำให้ทุกฝ่ายทราบเรื่องเมื่อมีประเด็นขึ้นมาในสื่อสังคมออนไลน์ และ CAAT ได้รับข้อร้องเรียนจากผู้โดยสารในช่วงเที่ยงของวันที่ 29 มกราคม 2569
ในส่วนของแนวทางการแก้ไข สายการบินไทยแอร์เอเชียได้แจ้งว่าจะปรับปรุงกระบวนการนับจำนวนผู้โดยสาร (Head Counting) โดยกำหนดให้ลูกเรือทำการนับจำนวนผู้โดยสารอีกครั้งก่อนออกเดินทาง โดยเฉพาะเที่ยวบินที่ใช้ Bus Gate (จากเดิมที่พนักงานภาคพื้นเป็นผู้นับจำนวนในทุกเที่ยวบินเป็นหลัก) และแก้ไขระบบการสื่อสารของพนักงานภาคพื้นให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น ป้องกันการสื่อสารผิดพลาด นอกจากนี้ CAAT ได้ขอให้สายการบินรายงานผลการสอบสวนข้อเท็จจริงอย่างเป็นทางการมายัง CAAT และเน้นย้ำว่า หากเกิดเหตุการณ์ใดที่ส่งผลกระทบหรืออาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในการปฏิบัติการบิน จะต้องรายงานให้ CAAT ทราบโดยทันที
ทั้งนี้ CAAT ได้ตักเตือนสายการบินให้เพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลการปฏิบัติงานภาคพื้นและกระบวนการดูแลผู้โดยสาร พร้อมกำชับให้ทบทวนและปรับปรุงขั้นตอนการทำงานอย่างรอบคอบ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุในลักษณะเดียวกันซ้ำอีกในอนาคต รวมถึงให้สายการบินให้ความสำคัญกับการสื่อสารกับผู้โดยสาร โดยเฉพาะผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และให้คำนึงถึงสิทธิ ความปลอดภัย และความเชื่อมั่นของผู้โดยสารเป็นอันดับแรก
นายศรัณย เบ็ญจนิรัตน์ รองผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนถึงความสำคัญของกระบวนการทำงานภาคพื้นและการสื่อสารที่ต้องมีความรัดกุมในทุกขั้นตอน CAAT ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับความปลอดภัยและสิทธิของผู้โดยสาร และได้กำชับให้สายการบินยกระดับมาตรการกำกับดูแลภายในองค์กร เพื่อไม่ให้เกิดเหตุลักษณะนี้ซ้ำอีก รวมถึงต้องดูแลและสื่อสารกับผู้โดยสารอย่างเหมาะสมเมื่อเกิดเหตุขัดข้อง”
CAAT ยืนยันว่า จะติดตามการดำเนินการของสายการบินอย่างใกล้ชิด และจะกำกับดูแลให้ผู้ดำเนินการเดินอากาศทุกรายปฏิบัติตามมาตรฐานด้านความปลอดภัยและการคุ้มครองสิทธิผู้โดยสารอย่างเคร่งครัด เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพ เป็นธรรม และได้มาตรฐาน